แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Baby Tips แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Baby Tips แสดงบทความทั้งหมด

7 มิถุนายน 2556

99 ข้อดีของนมแม่


99 เหตุผลว่าทำไมต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



1.สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน แนะนำ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
2.สถาบันโภชนาการศาตร์สหรัฐอเมริกาส่งเสริม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
3.นมแม่ ย่อยง่ายกว่า นมผสม
4.การไม่ให้ลูกดูดนมจากอกแม่เพิ่มความเสี่ยงของแม่ในการเป็นมะเร็งเต้านม
5.การที่เด็กทารกดูดนมจากอกแม่ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
6.การเลี้ยงลูกด้วยนมผสม เพิ่มความเสี่ยงของเด็กทารกหญิงในการเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อโตขึ้น
7.การเลี้ยงลูกด้วยนมผสม มีผลให้เด็กมีภาวะสติปัญญาต่ำกว่าเลี้ยงด้วย
นมแม่
8.นมแม่ พร้อมดื่มอยู่เสมอ และบรรจุอยู่ในภาชนะที่สวยงามกว่า นมผสม
9.นมแม่ ช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบขับถ่ายของทารกแรกเกิด
10.นมแม่ มีภูมิต้านทานโรคและช่วยในการพัฒนาระบบภูมิต้านทานในเด็กทารก
11.การให้ลูกดูดลูกจากอกแม่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของลูกและเพิ่มความผูกพันธ์
12.นมแม่ มีสารอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก
13.การไม่ให้ลูกดูดนมจากอกแม่ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่รังไข่
14.การให้นมลูกช่วยให้แม่ลดน้ำหนักหลังคลอดบุตรได้อย่างรวดเร็ว
15.แม่ที่คลอดก่อนกำหนดจะมีน้ำนมพิเศษ (Pre-term milk) ซึ่งเหมาะสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนด
16.องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟแนะนำให้ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
17.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในลำไส้
18.การดื่มนมผสมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานในเด็ก
19.เด็กกิน นมแม่ ช่วยลดความต้องการอินซูลินในแม่ที่เป็นโรคเบาหวาน
20.การดื่มนมผสมเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็กทารก
21.นมแม่ ลดความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นโรคหอบหืด
22.นมผสม เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อทางหูในทารก
23.เด็กกินนมผสมมีความเสี่ยงสูงกว่าในการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดในช่วงวัยเด็ก
24.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ป้องกันเด็กจากปัญหาความบกพร่องทางสายตา
25.นมวัวทำให้เกิดอาการระคายเคืองในลำไส้
26.เด็กกินนมผสมมีโอกาสเป็นโรคอ้วนมากกว่าเมื่อโตขึ้น
27.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ จะแข็งแรงและป่วยน้อยกว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผสม
28.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยให้ยับยั้งการเจริญเติบโตผิดที่ของเยื่อบุมดลูก
29.การดูดนมของทารกช่วยป้องกันการตกเลือดของมารดาหลังคลอด
30.การเลี้ยงทารกด้วยนมผสม ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เสียชีวิตกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุเพิ่มขึ้น
31.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วง
32.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วย ป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
33.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยป้องกันทารกจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ
34.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สะดวกกว่านมผสมเพราะไม่ต้องเตรียมขวด ไม่ต้องใช้น้ำร้อน
35.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีนที่ลูกได้รับ
36.นมแม่ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
37.นมผสม ราคาแพง
38.ไม่ต้องเสียเงินในแต่ละปีหลายหมื่นล้านกับค่ารักษาโรคเด็กทารกที่ป่วยเพราะขาดภูมิคุ้มกันจากนมแม่
39.ทารกที่กินนมแม่ไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ เพราะแข็งแรงกว่าทารกที่กินนมผสม
40.สารอาหารแต่ละชนิดในนมแม่มีสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับทารก
41.นมแม่ มีสารเคมีที่ทำให้ลูกสงบและไม่ค่อยงอแง
42.การให้ลูกดูดนม ช่วยลดความเครียดให้แม่ ทำให้แม่หลับได้ง่าย
43.นมแม่ อร่อยกว่านมผสม
44.ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่ดยรวมแล้วมีสุขภาพที่ดีกว่า
45.ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่มีโอกาสต่ำที่จะเสียชีวิตก่อนอายุสามขวบ
46.นมแม่อุ่นกำลังดี
47.ประหยัดค่ารักษาพยาบาลลูก และไม่ต้องเสียเวลาไปหาหมอบ่อยๆ
48.ไม่ต้องกังวลเรื่องเลิกขวดนม
49.ไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติในการบรรจุหีบห่อเหมือนนมผสม
50.นมแม่ไม่เสียง่าย
51.การดูดนมจากเต้า ทำให้ลูกมีฟันสวยกว่าดูดจากขวด
52.จากการศึกษาพบว่าเด็กที่กินนมแม่มีโอกาสเกิดโรคสายตาสั้นน้อยกว่า
53.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยคุมกำเนิดได้
54.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูง
55.นมแม่ไม่ต้องแช่เย็น เพราะนมแม่ไม่เสียง่ายเหมือนนมผสม
56.นมวัวเหมาะสำหรับลูกวัว นมแม่เหมาะสำหรับลูกคน
57.นมแม่ช่วยให้การทำงานของลำไส้พัฒนาขึ้นอย่างเหมาะสม
58.นมแม่มีเอ็นดอร์ฟิน ช่วยลดความเจ็บปวดให้ลูกได้โดยธรรมชาติ
59.นมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารกที่ป่วย
60.แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองนอนหลับได้มากกว่า (โดยเฉพาะนอนกับลูก)
61.ทารกที่กินนมแม่มีความสุขมากกว่าในตอนกลางคืน เพราะไม่ต้องรอชงนม
62.ลูกกินนมแม่ คุณพ่อสบายกว่าในตอนกลางคืน
63.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ ให้ยุ่งยาก
64.นมแม่ไม่เคยถูกเรียกเก็บคืนจากท้องตลาด เพราะเกิดปัญหาในการผลิต
65.นมแม่ไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย
66.ไม่ต้องกังวลว่ายี่ห้อไหนจะดีกว่ากัน
67.ไม่ต้องกังวลว่าน้ำที่ใช้ชงนมจะสะอาดพอหรือเปล่า
68.ทารกที่กินนมแม่ติดเชื้อในลำไส้น้อยกว่า
69.การดูดนมแม่ช่วยให้ช่องปากและขากรรไกรมีพัฒนาการดีกว่า
70.ทารกที่กินนมแม่เกิดฟันผุน้อยกว่า
71.ทารกที่กินนมแม่ ฟันเป็นระเบียบมากกว่า ไม่ต้องจัดฟันในภายหลัง
72.ทารกที่กินนมแม่มีพัฒนาการทางการพูดดีกว่า
73.นมแม่ช่วยลดการเกิดผื่นภูมิแพ้
74.ทารกที่กินนมแม่มีผิวพรรณสดใสกว่า
75.ทารกที่กินนมแม่แหวะนมน้อยกว่า
76.นมแม่เหมาะสำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่านมผสม
77.นมแม่ไม่มีส่วนผสมของสารตัดแต่งพันธุกรรม
78.นมแม่ไม่มีฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต
79.การให้นมลูกช่วยป้องกันการขาดธาตุเหล็กของแม่
80.ไม่ต้องกังวลว่าจะพบในภายหลังว่าขาดส่วนผสมใดไปบ้างเหมือนนมผสม
81.แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองช่วยประหยัดค่าผ้าอนามัย
82.น้ำนมแม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางตา
83.เด็กกินนมแม่ตัวหอมกว่า
84.เด็กกินนมแม่มีพัฒนาการทางสังคมดีกว่า
85.หน้าอกของแม่ถูกออกแบบมาเพื่อการให้นมลูก
86.การให้นมลูกช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับแม่
87. การไม่ได้กินนมแม่มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis หรือ MS) ตอนอายุมากขึ้น
88. การดูดนมช่วยให้การทำงานประสานกันระหว่างมือกับสายตาของเด็กทารกดีขึ้น
89. การกินนมแม่ลดโอกาสเป็นโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ (inguinal hernia)
90. การกินนมแม่อาจจะทำให้ความดันโลหิตในวัยเด็กลดลง
91. การเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กกินนมแม่น่าอึดอัดน้อยกว่า เพราะอุจจาระของเด็กกินนมแม่กลิ่นรุนแรงน้อยกว่าเด็กกินนมผสม
92. การกินนมแม่ช่วยให้ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยมีพัฒนาการด้านความคิดและสติปัญญาดีกว่า
93. การกินนมแม่ลดความเสี่ยงที่เด็กทารกจะมีอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
94. การกินนมแม่ลดโอกาสการเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ rheumatoid arthritis
95. การกินนมแม่ลดโอกาสที่เด็กจะเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน Hodgkins disease
96. การกินนมแม่ลดโอกาสการเป็นโรคกระดูกพรุน
97. เด็กทารกที่กินนมแม่ มีโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับ การหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ในขณะกินนม น้อยกว่าทารกกินนมผสม
98. ทารกกินนมแม่มีโอกาสเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรังน้อยกว่า ulcerative colitis
99. นมแม่ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย hemophilus b. (ซึ่งทำให้เกิดโรคได้ในหลายอวัยวะ เช่น เยื่อหุ้มสมอง ปอด ไซนัส หลอดลม เยื่อหุ้มหัวใจ ผิวหนัง กระดูก และข้อ)

นมแม่ยังมีประโยชน์อีกมากมายเห็นแค่นี้คุณแมทุกคนคงต้องพยายามให้นมลูกกันเต็มที่แน่นอน

ต้องการหาฤกษ์คลอด

ต้องการวิเคราะห์ศักยภาพบุตร

25 พฤษภาคม 2556

วิธีช่วยสร้างพัฒนาการทางภาษาแบบง่ายๆ

6 วิธีช่วยสร้างพัฒนาการทางภาษาให้เจ้าตัวเล็ก


Dr. Richard Woolfson ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัยบอกไว้ว่า พ่อแม่สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้ลูกได้โดย

1. หมั่นพูดให้ลูกฟังเป็นตัวอย่างเพราะหนู ๆ จะเรียนรู้และจดจำจากการพูด การออกเสียงของเรา

2. อย่าบังคับ ถ้าอยากจะฟังหนู ๆ พูดคำแรก อย่าได้ปฏิเสธที่จะให้ของที่เขาต้องการ 

3. พูดคุยกับลูก เพราะธรรมชาติในการเรียนรู้ที่จะพูด ต้องเริ่มมาจากการฟังก่อนเป็นอันดับแรก 

4. อ่านหนังสือให้ฟังเพื่อเป็นการกระตุ้น หนู ๆ จะมองหน้าคุณเวลาที่อ่านพร้อมทั้งฟังไปด้วย 

5. แสดงความสนใจเมื่อหนู ๆ เริ่มอ้อแอ้ เด็ก ๆ มีความต้องการในการสื่อสารและอยากให้เราฟังเขาพูดบ้างเหมือนกัน พยายามแสดงออกว่าคุณตั้งใจอยากฟังที่เขาพูดด้วยนะครับ

6. หมั่นร้องเพลงและพูดคำที่มีจังหวะคล้องจอง อย่างเพลงหรือกลอน จะช่วยให้หนูรู้สึกสนุกที่จะฟัง ทำให้จดจำ 


---------------------------------------------------------------------------
โดย : http://variety.teenee.com/foodforbrain/52866.html

20 พฤษภาคม 2556

อันตรายจากนมวัว

อันตรายจากนมวัว

 

"บทความ เรื่อง เหตุผลสำคัญที่เราและลูกหลานต้องเลิกดื่มนม"

คนเรามักชอบฟังแต่เรื่องเบาๆ(เเต่ไม่จริง) ครั้นพอถึงคราวเรื่องจริงก็รู้สึกหนัก ขมขื่นที่จะยอมรับ คนเราเชื่อฝังหัวมาตลอดว่านมวัวเป็นอาหารชั้นเลิศดีต่อสุขภาพ เเต่ผมขอเรียนว่า ความเชื่อนี้เป็นจริงหากคุณเป็นลูกวัว (แต่ไม่จริงเลยหากคุณเป็นลูกคน)

Doctor Walter Willett หัวหน้าภาควิชา Nutrition at Harvard School of Public Health เคยวิจารณ์ว่าการกำหนดให้นมวัวเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการบริโภคนั้นเป็นเรื่องน่าขบขันสิ้นดี ผลการศึกษาอย่างยาวนานของท่านพบว่านมไม่ได้ช่วยลดอัตราการเเตกหักของกระดูก ตรงกันข้ามผลการศึกษาของกลุ่มพยาบาลจำนวนมากมายที่พบว่านมเเละผลิตภัณฑ์นมกลับทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงกระดูกเเตกหักมากขึ้น 50% การทานนมเเละผลิตภัณฑ์นมให้น้อยหรือไม่ทานเลยกลับพบว่ามีกระดูกที่แข็งแรงกว่า ดังเช่นประเทศในเอเซีย อาฟริกาที่บริโภคนมเเละเเคลเซี่ยมน้อยมากนั้นมีอัตราผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนตำ่ที่สุด

มีการศึกษามากมายที่บ่งชี้ว่าการเสริมอาหารด้วยแคลเซี่ยมไม่มีผลช่วยลดอัตราเสี่ยงกระดูกเเตกหักเเต่อย่างใด แต่กลับพบว่าวิตามิน D ต่างหากที่มีผลป้องกันกระดูกโดยตรง นอกจากนี้แคลเซี่ยมยังอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งมากขึ้น มีรายงานการศึกษาว่าการทานอาหารจากผลิตภัณฑ์นมเเละแคลเซี่ยมทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายกว่า 30%-50% นอกจากนี้การทานนมและอาหารจากผลิตภัณฑ์นมยังเพิ่มสารคล้ายฮอร์โมน (Insulin-like growth factor 1) ซึ่งเป็นตัวส่งเสริมให้เกิดมะเร็งได้มากขึ้น

อันที่จริงเเล้วอาหารเสริมด้วยเเร่แคลเซี่ยมนั้นมีประโยชน์ต่อการป้องกันมะเร็งลำไส้ เเต่ไม่ได้หมายถึงแคลเซี่ยมที่ปนมาในนมเเละผลิตภัณฑ์จากนม ยังมีผลข้างเคียงอีกประการที่พบได้บ่อยมากคือ ประมาณ75% ของประชากรโลกไม่มีน้ำย่อยที่สามารถย่อยนมวัวได้อย่างสมบรูณ์ โดยเฉพาะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโต้สในนม (lactose intolerance)ได้ก่อให้เกิดปัญหาภายในกระเพาะอาหารเเละลำไส้ ภูมิเเพ้

Doctor Walter Willett จึงสรุปข้อแนะนำว่า

- ร่างกายต้องการแคลเซี่ยมก็จริง เเต่ไม่ได้มากมายอย่างที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ทานตั้ง 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน

- แคลเซี่ยมอาจไม่สามารถป้องกันกระดูกเปราะเเตกดังที่เชื่อๆกันมา

- ผู้ชายอาจไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารด้วยแคลเซี่ยมและวิตามิน D แต่จำเป็นสำหรับผู้หญิงเท่านั้น

- นมอาจทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพได้

ล่าสุดนักวิจัยของ USDA ได้ค้นหาความจริงเพิ่มเติมหลังได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณาของนม ได้ออกมาสรุปว่า

1) นมไม่ได้มีคุณค่าต่อสมรรถนะของนักกีฬาเเต่อย่างใด

2) ไม่มีหลักฐานหนักเเน่นใดๆที่จะสนับสนุนได้ว่านมทำให้กระดูกเเข็งเเรงป้องกันกระดูกพรุน ตรงกันข้ามโปรตีนนมจากสัตว์อาจทำให้สูญเสียมวลกระดูก

3) พบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคนมและมะเร็งต่อมลูกหมาก

4) ไขมันนมเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว

5) กว่า75%ของประชากร ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลนมได้เกิดอาการ lactose intolerance

6) นมเเละผลิตภัณฑ์นมทำให้ลำไส้มีกลุ่มอาการแปรปรวน( irritable bowel syndrome) นอกจากนี้ยังมีส่วนให้เกิดอาการภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หูอักเสบ เบาหวานชนิดที่ 1 (type I diabetes) ท้องผูกเรื้อรัง โลหิตจางในเด็ก

กล่าวโดยย่อ ธาตุอาหารในนมจัดเป็นสารอาหารแปลกปลอมสำหรับเซลล์ร่างกายของมนุษย์

ปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์การเเพทย์เเละโภชนาการล้วนเชื่อกันแล้วว่าคนเราควรสรรหาแร่แคลเซี่ยม โปตัสเซี่ยม ไขมัน โปรตีน จากพืชผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญญพืช สาหร่าย งา เนื้อปลา ไม่ควรหวังพึ่งจากนมและผลิตภัณฑ์นมอีกต่อไป และที่แน่นอนที่สุดก็คือหากต้องการกระดูกที่แข็งแรง อย่าให้ขาดวิตามิน D ไม่ใช่นมอย่างที่เคยเชื่อกันมา !!!!

เขียนเเละเผยแพร่โดย Dr. Mark Hyman แพทย์อเมริกันผู้เชี่ยวชาญสาขา Functional Medicine

เเปลเรียบเรียงโดย Wellness 2012

 

 

ถ้ายังไม่พอลองไปอ่านบทความนี้ต่อไปครับ มนุษย์ไม่ควรดื่นนมวัว

 

16 พฤษภาคม 2556

ทางเลือกในการหาฤกษ์คลอดลูก

บทความเกี่ยวกับการหาฤกษ์คลอดที่น่าสนใจสำหรับว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่ทุกคน
ทางเลือกในการหาฤกษ์คลอดบุตร ได้นำเสนอข้อมูลที่นำสนใจที่ต้องคิดต่อว่า
ความเครียดมากมายสำหรับว่าที่คุณแม่เมื่อได้รับทราบว่า "คุณต้องผ่าคลอด"
และหนึ่งในความกังวลคือ แล้วจะคลอดวันไหนดี
แปลกไหมครับเกือบทุกคนรู้ว่าคลอดเองตามธรรมชาตินั้นดีที่สุดนั่นคือทุกคนหรือส่วนใหญ่ยอมรับว่าคลอดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหล่ะ ค่อยลุ้นกันว่าวันดีร้ายยังไง ดูปฏิทินจีนบ้าง หาหมอดูที่หลังบ้าง แต่พอรู้ว่าต้องผ่าคลอดกลับมากังวลเรื่องวันเวลาขึ้นมาทันที จึงต้องมาหาฤกษ์คลอดกัน

เรื่องของความเชื่อเป็นอะไรที่อธิบายยาก แต่การเชื่อแบบมีเหตุผลน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าเรื่องใดที่ฟังดูดี ฟังดูสวยงาม แต่ถ้ามันไม่มีเหตุผล หรืออธิบายไม่ได้ว่า วันคลอดหรือวันเกิด ดี ไม่ดีอย่างไร การคลอดที่ควรเป็นเรื่องธรรมชาติกลับกลายเป็นเรื่องธุรกิจไปได้ พ่อแม่ที่ควรใส่ใจกับการเลี้ยงดูอบรมกลับฝากความหวังไว้กับ การหาฤกษ์คลอดบุตร การหาวันคลอดลูก

แต่ละคนก้อมีวิชาต่างกัน ทฤษฎีต่างกัน บางที่อธิบายอะไรไม่ได้อ้างว่าเป็นความลับฟ้า บางที่หาฤกษ์คลอดได้ บอกแค่ว่าดี ไม่บอกรายละเอียด บางคนหาฤกษ์คลอดให้เสร็จ อธิบายไปยังดวงดาวที่แม้แต่นาซ่ายังไปไม่ถึง ซินแซเก่งๆมักพูดน้อย ถือหลักไม่พูดย่อมไม่ผิด ทั้งที่การหาวันคลอดหรือวิเคราะห์ชะตาใครสักคนมีหลักการที่พิสูจน์ได้ อธิบายได้ แต่หลายท่านเลือกทำให้เป็นความลับ เรื่องบุญกรรม เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องบางเรื่องจึงมีวิธีแก้ปัญหา ไม่ได้เกี่ยวอัไรกับปัญหาเลย

ถ้าคุณจำเป็นต้องผ่าคลอดแล้วบังเอิญมาเจอหน้านี้เข้า ก้อแนะนำให้อ่านหัวข้อตามนี้เลยครับ
หรือจะแวะไปอ่านที่ ibabysecret.com


ขอให้คุณได้รับคำตอบที่ค้นหา ไมว่าคุณจะหาฤกษ์คลอด หาวันคลอด ได้ดีแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือขอให้ลูกของคุณและคุณแม่สุขภาพแข็งแรง ความสุขมากมายรอว่าที่คุณพ่อว่าที่คุณแม่อยู่ครับ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อเลี้ยงดูเขาไปนานวันอย่าได้ลืมวันเวลาช่วงตั้งครรภ์และช่วงที่ลูกน้อยยังไม่เกเร ยังไม่ซน เพราะปัญหาที่พ่อแม่มักทำพลาดไปคือ การหลงลืมไปว่าตัวคุณเคยรักเด็กคนนี้มากแค่ไหน

 

12 พฤษภาคม 2556

สิ่งที่แม่ควรสอนลูกสาว20ประการ

สิ่งที่ดูเหมือนเล็กๆน้อยน้อย20ประการที่แม่ควรสอนลูกสาว

1.ครอบครัวจะเป็นครอบครัวตลอดไป แม่จะรักพ่อเสมอ เราจะอยู่เป็นครอบครัวเพื่อให้ลูกมีที่พึ่งพิง เพื่อเป็นตัวอย่างครอบครัวที่ดีให้ลูกเห็น เพราะเราปรารถนาให้ลูกได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์เช่นกัน

2.ลูกดูดีเสมอในสายตาของแม่ ความงามเกิดขึ้นได้จากภายใน ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก และแม่รักลูกในสิ่งที่ลูกเป็น

3.ลูกมีศักยภาพเพียงพอในการทำสิ่งที่ลูกอยากทำ แต่อย่ากลัวที่จะล้มเหลว

4.สอนลูกให้ปฏิเสธเป็น หากถูกชักจูงให้ทำสิ่งที่ไม่ดีหรือลูกไม่อยากทำ

5.ลูกควรมีระเบียบวินัยและเรียนรู้ถูกผิดตั้งแต่ในบ้าน เป็นคนที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เมื่อออกนอกบ้านจะได้ไม่เป็นที่ระอา 

6.จงทะนงในศักดิ์ศรี พึ่งพาตัวเองได้ เป็นคนมีอารมณ์ขัน และปฏิบัติต่อทุกคนที่ลูกพบด้วยความสุภาพ ไม่ว่าจะเป็นคุณครู ภารโรง หรือ พนักงานขาย เพราะทุกคนมีเกียรติและศักดิ์ศรี 

7.สอนลูกให้กินเป็น อาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ไม่หมกมุ่นกับการกินให้ผอม

8.สุภาพบุรุษพึงปฏิบัติด้วยความสุภาพและให้ความนับถือต่อลูก ให้ดูพ่อของลูกเป็นตัวอย่างที่ดี อย่ายอมรับสิ่งที่น้อยกว่านั้น เพื่อลูกจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

9.แต่งกายให้เหมาะสม อย่าดึงดูดสายตาผู้คนด้วยการแต่งกาย เพราะมันไม่ใช่ของจริงแท้สำหรับคนที่จะมาสนใจลูก

10.จงสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้คนที่ดี เพราะเขาเหล่านั้นจะช่วยเติมเต็ม และทำให้ชีวิตลูกมีความสุข 

11.อย่ายุ่งกับสารเสพติด และ ดื่มอัลกอฮอล์มากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดอันตราย ยิ่งถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่นยิ่งอันตราย

12.พ่อจะเป็นฮีโร่และคอยปกป้องลูกเสมอ หากมีใครมาทำร้ายลูก 

13.เรียนรู้วิธีใช้จ่ายเงินอย่างชาญฉลาด เริ่มได้ตั้งแต่เด็ก

14.จงมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ

15.อดทน อดกลั้น รอคอย อย่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควร จนกว่าจะพบคนที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม

16.อย่าทำชีวิตให้ซับซ้อน ความเรียบง่าย คือ สิ่งที่ลึกซึ้งและคงทน และช่วยให้ลูกไม่เหนื่อยเกินความจำเป็น

17.ให้เชื่อมั่นในพระเจ้า (ศาสนา) จงยึดมั่นในความดี

18.ให้ลูกรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ลูกเป็นลูก จะทำให้ลูกเป็นคนอ่อนน้อม และกตัญญูกับทุกคนที่มีบุญคุณกับลูก

19.จงเป็นคนมุ่งมั่น ไม่ย่นย่อ ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคง่ายๆ เป็นคนหาความรู้ใส่ตัวเสมอ

20.และจำไว้ว่า พ่อและแม่รักลูกเสมอ และ รักตลอดไป

Mother and Daughter 
แม้ชื่อบทความจะเป็นการสอนลูกสาวแต่ก็สามารถสอนลูกชายได้เช่นกัน
เครดิต Haylee Wilkerson , skinnymom.com
แฟนเพจคุณหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ








20 พฤศจิกายน 2554

Pachelbel Canon

Pachelbel Canon in D (the ultimate best version)


Canon in D - Excellent Piano Version

depapepe - canon in d

Canon in D - Baby B Strings

Canon in D - Sungha Jung

Canon in D - Pachelbel - For Halloween 2011

Canon-Vanessa Mae


17 พฤศจิกายน 2554

Top 10 ชื่อเล่นเด็กยุคใหม่



TOP 10 ชื่อเล่นเด็กยุคใหม่
** สุ่มสำรวจจากเด็กที่เกิดในปีพ.ศ.2549-2550 จำนวน 5,125 คนทั่วประเทศ
อันดับ
ชื่อเล่น
ความหมาย
1
น้องวิน
ชัยชนะเป็นที่หนึ่ง
2
น้องไอซ์
เย็นเป็นน้ำแข็ง
3
น้องมิกกี้
ตัวการ์ตูนในเรื่องมิกกี้เมาซ์
4
น้องข้าว
ชื่อเมล็ดของพืชจำพวกแป้ง เป็นอาหารหลักของคนไทย
5
น้องนาย
คำนำหน้าชื่อชายอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปมาจากคำว่าเจ้านาย
6
น้องอาร์ม
เครื่องหมายรูปโล่ ,อาวุธ, เหล่าทัพ
7
น้องบอส
เจ้านาย
8
น้องซัน
ลูกชาย, พระอาทิตย์
9
น้องบีม
คลื่น, ลำแสง, รอยยิ้ม
10
น้องเบสท์
ดีที่สุด


อันดับ
ชื่อเล่น
ความหมาย
1
น้องฟ้า
ท้องฟ้า
2
น้องมายด์
จิตใจ ใส่ใจ
3
น้องเนย
อาหารที่ได้จากนม หรือไขมัน มีลักษณะทั้งข้นใสและแข็ง
4
น้องแพร
ผ้าชนิดหนึ่ง ทอด้วยไหม
5
น้องเอมี่
เป็นที่รัก
6
น้องเฟิร์น
ต้นเฟิร์น
7
น้องครีม
อาหารที่ได้จากนม มีลักษณะข้น
8
น้องโฟกัส
จุดสำคัญ, จุดรวมศูนย์กลาง
9
น้องพลอย
หินมีค่า มีลักษณะแวววาวสวยงาม
10
น้องมิ้นท์
สารสกัดจากพืชจำพวกสะระแหน่ มีกลิ่นหอม








Top 10 ชื่อเล่นคนทำงาน


Top 10 ชื่อเล่นคนทำงานหญิง
** สุ่มสำรวจจากผู้ที่มีอายุระหว่าง 25-36 ปี จำนวน 5,223 คนทั่วประเทศ
อันดับ
ชื่อเล่น
ความหมาย
1
เพ็ญ
พระจันทร์
2
พร
ถ้อยคำแสดงความปรารถนาดี, ขอตามปรารถนา
3
เอ๋
คำล้อเล่นกับเด็ก
4
นก
สัตว์มีปีกชนิดหนึ่ง บินได้
5
เล็ก
น้อย, ขนาดไม่ใหญ่
6
แอน
ผู้บริสุทธิ์
7
โอ๋
เสียงปลอบเด็ก
8
เปิ้ล
ผลไม้ชนิดหนึ่งมีสีแดง รสหวานอมเปรี้ยว
9
เจี๊ยบ
ลูกไก่ตัวเล็ก
10
แหม่ม
ใช้เรียกหญิงชาวต่างชาติ


Top 10 ชื่อเล่นคนทำงานชาย
** สุ่มสำรวจจากผู้ที่มีอายุระหว่าง 25-36 ปี จำนวน 5,223 คนทั่วประเทศ
อันดับ
ชื่อเล่น
ความหมาย
1
อ๊อด
ลูกของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ในช่วงตัวอ่อนยังมีหางอยู่
2
โจ้
มากจากจิงโจ้, ร่วมกระทำ
3
เอ
อักษรภาษาอังกฤษตัวที่หนึ่ง
4
ต่อ
แมลงชนิดหนึ่ง มีเหล็กไน มีพิษ
5
เอก
เป็นที่หนึ่ง, วรรณยุกต์ไทยตัวที่หนึ่ง
6
ต้น
เริ่มแรก, ลำของต้นไม้
7
หมู
สัตว์ชนิดหนึ่งตัวอ้วน, ใช้เป็นอาหาร
8
แอ๊ด
ชื่อเฉพาะ
9
หนึ่ง
เลขลำดับแรก, เป็นที่หนึ่ง
10
โอ
อักษรภาษาอังกฤษตัวที่15