แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด

21 เมษายน 2557

สำรวจตัวเองรู้ทันโรค

ชาวจีนมีวิชาโหวงเฮ้งที่อ่านคนได้รู้นิสัยใจคอ โชคชะตา สุขภาพ รู้ได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่ทางวิทยาศาสตร์ก็เชื่อครับว่า สัญลักษณ์ต่างๆ ที่แสดงออกมา บ่งบอกหลายสิ่งให้เรารู้ อยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจ และสนใจ ป้องกัน ดูแลตัวเอง มากน้อยแค่ไหนครับ


12 มกราคม 2557

คำคมอมตะจาก Les Miserables

คำคมอมตะจาก Les Miserables โดยVictor Hugo



“Even the darkest night will end and the sun will rise.”
― Victor Hugo, Les Misérables

แม้แต่คืนที่มืดที่สุดยังต้องจบลงไป และพระอาทิตย์จะขึ้นใหม่

“To love another person is to see the face of God.”
― Victor Hugo, Les Misérables

การที่จะรักใครคนหนึ่ง ก็คือการได้เห็นใบหน้าของพระเจ้า

“It is nothing to die. It is frightful not to live.”
― Victor Hugo, Les Misérables

จะตายสักทีไม่มีความหมายอะไร มันน่ากลัวกว่าที่จะไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป

“Not being heard is no reason for silence.”
― Victor Hugo, Les Misérables

การที่ไม่มีใครได้ยินเรา ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เรานิ่งเงียบ

“Laughter is sunshine, it chases winter from the human face.”
― Victor Hugo, Les Misérables

หัวเราะเป็นแสงอาทิตย์ มันช่วยขับไล่ฤดูหนาวจากใบหน้าของมนุษย์

“To love or have loved, that is enough. Ask nothing further. There is no other pearl to be found in the dark folds of life.”
― Victor Hugo, Les Misérables

จะรัก หรือเคยรัก นั้นเป็นการเพียงพอแล้ว อย่าเรียกร้องมากกว่านี้ ไม่มีทางที่เราจะหาเจอไข่มุกในแผ่นพับที่มืดมนของชีวิต

“Promise to give me a kiss on my brow when I am dead. --I shall feel it."
― Victor Hugo, Les Misérables

สัญญานะว่าจะจูบฉันที่หน้าผากเมื่อฉันได้ตายไปแล้ว เพราะฉันจะรู้สึกกับมันได้

“Those who do not weep, do not see.”
― Victor Hugo, Les Misérables

คนที่ไม่เคยร้องไห้ ไม่มีวันมองเห็น

“If I speak, I am condemned.
If I stay silent, I am damned!”
― Victor Hugo, Les Misérables

ถ้าฉันพูด ฉันจะถูกประนาม
ถ้าฉันนิ่งเงียบ ฉันจะถูกสาปแช่ง

“Do you hear the people sing
Lost in the valley of the night?
It is the music of a people
Who are climbing to the light.

For the wretched of the earth
There is a flame that never dies.
Even the darkest night will end
And the sun will rise.”
― Victor Hugo, Les Misérables

คุณได้ยินเสียงผู้คนร้องเพลงหรือเปล่า
เสียงพวกเขาหายไปในหุบเขายามค่ำ
มันเป็นเพลงของประชาชน
ที่กำลังไต่ขึ้นมาหาแสงสว่าง

ในความเลวทรามของโลกมนุษย์
ยังมีแสงเพลิงที่ไม่มีวันมอดไหม้
แม้แต่คืนที่มืดที่สุดยังต้องสิ้นสุดลง
และพระอาทิตย์จะขึ้นใหม่

“You ask me what forces me to speak? a strange thing; my conscience.”
― Victor Hugo, Les Misérables

เธอถามฉันว่าอะไรที่ผลักดันให้ฉันต้องพูด น่าแปลกนะ มันเป็นจิตสำนึกของฉันเอง

“Teach the ignorant as much as you can; society is culpable in not providing a free education for all and it must answer for the night which it produces. If the soul is left in darkness sins will be committed. The guilty one is not he who commits the sin, but he who causes the darkness.”
― Victor Hugo, Les Misérables

สอนคนที่ไม่รู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สังคมผิดที่ไม่ให้การศึกษาฟรีให้กับทุกคน และสังคมต้องตอบกับความมืดที่มันสร้างขึ้นมา ถ้าหากวิญญานถูกปล่อยในที่มืด จะมีการทำบาปเกิดขึ้น ผู้ที่ผิดไม่ใช่คนที่ทำบาป แต่เป็นคนที่สร้างความมืดมน

“Life's great happiness is to be convinced we are loved.”
― Victor Hugo, Les Misérables

ความยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือความเชื่อที่ว่าเราได้รับความรัก

“A man is not idle because he is absorbed in thought. There is visible labor and there is invisible labor.”
― Victor Hugo, Les Misérables

คนเราไม่ได้ดูเฉยชาเพราะว่าเขาอยู่ในภวังค์ของความคิด มีพลังของแรงงานที่มองเห็นและมองไม่เห็นอยู่ด้วย

“You who suffer because you love, love still more. To die of love, is to live by it.”
― Victor Hugo, Les Misérables

เธอต้องทุกข์ทรมานเพราะเธอมีรัก แต่ความรักยังมีมากกว่านั้น จะตายเพื่อความรัก ก็คือจะอยู่เพื่อรัก


thanong เพจอาจารย์ทนง
12/1/2014

 

31 พฤษภาคม 2556

20 ข้อควรรู้ก่อนอายุ 40

20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 40


1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากไป เอาแค่พอใช้ได้ก็พอ
เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด


2. การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมาก
พอๆ กับการคร่ำเคร่งหน้าตำราเรียน


3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้น..
สามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง


4. เมื่อถึงวัยทำงาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสำคัญ
ที่ต้องจำไว้ คือ "ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด"


5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมัน
จะเป็นเครื่องนำทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป


6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด


7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมด
โดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว


8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรก
สู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน


9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง
รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทำร้ายคุณก็เป็นได้


10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้


11. ควรมีงานทำมากกว่า 1 งาน
เพราะความมั่นคง ไม่เคยมีบนโลกใบนี้


12. อย่าคิดว่าตัวเองทำอะไรได้แค่อย่างเดียว
เพราะความสามารถของคนเรา มีมากกว่า 1 เสมอ


13. เมื่อมีโอกาสใดก็ตามเข้ามา
จงอย่าปฏิเสธ ถึงจะล้มเหลว แต่มันก็คือ ประสบการณ์


14. สร้างเนื้อ สร้างตัว
ให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่คุณยังมีกำลัง ยังเป็นหนุ่ม-สาว
เพราะการฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงอายุมาก ไม่ใช่เรื่องสนุก


15. ออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ยังหนุ่มสาว
เพราะเมื่อมีครอบครัว การเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิม


16. เลือกคู่ชีวิต จงคิดให้ดีๆ อย่าดูแต่ข้อดีของเขา
แต่ต้องดูด้วยว่าเราสามารถรับข้อเสียของเขาได้มากแค่ไหน


17. การมีแฟน หรือสามีภรรยา ยังเลิกกันได้ แต่ความเป็น
พ่อแม่ลูก นั้นเลิกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ควรดูแลพวกเขาให้ดีๆ


18. ความสำเร็จที่มากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถ
ทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้


19. ลองหาเวลาอยู่ว่างๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยดูบ้าง อย่าแบก
โลกทั้งใบไว้คนเดียว และอีกอย่างงานก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต


20. สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่ง โปรดถนอม
ตัวเองให้มาก เมื่อยังเป็นวัยรุ่น อย่าใช้ชีวิตให้หนักเกินไป

Live simply





30 พฤษภาคม 2556

20 การปฏิบัติตนเพื่อชีวิตที่ดี

20 การปฏิบัติตนเพื่อชีวิตที่ดี 


1.หาเวลาเดินทุกวัน อย่างน้อยวันละ 10-30 นาที และควรยิ้มไปด้วย

2.หัดนั่งอยู่เงียบๆ อย่างน้อยวันละ 10 นาที

3.กินอาหารจากพืชให้มากขึ้น ลดการกินอาหารจากโรงงาน

4.ดื่มน้ำเยอะๆ กินบลูเบอรี่ บร๊อคคอรี่ และอัลมอนด์เป็นประจำ

5.ทำให้คนอื่นยิ้ม อย่างน้อยวันละ 3 คน

6.อย่าเสียเวลากับเรื่องซุบซิบนินทา เรื่องไม่ดีที่ผ่านไปแล้ว และสิ่งต่างๆที่นอกเหนือการควบคุม แต่ควรทุ่มเวลากับสิ่งที่เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน


7.กินมื้อเช้าเยี่ยงราชา มื้อกลางวันเยี่ยงเจ้าชาย มื้อเย็นเยี่ยงเด็กนักเรียน


8.ชีวิตไม่มีคำว่าเท่าเทียม แต่มันก็ยังดีอยู่


9.ชีวิตนี้สั้นเกินไปที่จะเสียเวลาไปกับการเกลียดใคร ให้อภัยคนนั้นในทุกเรื่อง


10.ไม่จำเป็นต้องชนะในทุกเรื่อง หัดเห็นด้วยกับเรื่องที่ไม่เห็นด้วยบ้างก็ได้


11.อย่ายึดมั่นถือมั่นตัวเองมากเกินไป เพราะคนอื่นเขาไม่คิดเหมือนคุณ


12.ปล่อยให้อดีตอยู่อย่างสงบสุข เพื่อที่จะได้ไม่มารบกวนชีวิตปัจจุบัน


13.อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าเขาเคยเจออะไรมาแล้วบ้าง


14.ไม่มีใครต้องมารับผิดชอบความสุขในชีวิตคุณ ยกเว้นตัวคุณ


15.เวลาเกิดเรื่องที่คุณคิดว่า ร้ายแรงมากต่อความรู้สึก ให้ถามตัวเองต่อว่า อีก 5 ปีข้างหน้า ยังคิดแบบเดิมหรือไม่


16.ให้ความช่วยเหลือแก่คนที่ต้องการ จงเป็นคนใจกว้าง และควรเป็นผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ


17.สิ่งที่ผู้อื่นคิดเกี่ยวกับตัวคุณ ไม่ใช่เรื่องของคุณ ดังนั้นไม่ต้องใส่ใจมากนักก็ได้


18.เวลา คือ ผู้เยียวยาทุกสิ่ง


19.ไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะดีหรือแย่ มันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด


20.การงานที่คุณทำ ไม่ได้ช่วยเหลือคุณเวลาเจ็บป้วย แต่เพื่อนแท้ช่วยคุณได้ จงแบ่งเวลาพบปะเพื่อนบ้าง


เครดิต Learning Petals

26 พฤษภาคม 2556

Eat that frog กินกบตัวนั้นซะ

มีเวลามากขึ้น ด้วยการจัดการการใช้เวลา

หนังสือเรื่อง "กินกบตัวนั้นซะ" มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด เพราะ คนเราไม่มีเวลา พอที่จะทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ วิธีการบริหารเวลา จากคนที่ ประสบความสำเร็จ เขาจะไม่พยายามทำทุกสิ่ง แต่จะมุ่งความสนใจ ไปยังงานที่สำคัญที่สุดก่อน และทำมันเป็นอันดับแรก
Time frog
"กินกบตัวนั้นซะ" เป็นการอุปมาให้เห็นภาพว่าหากสิ่งแรกที่คุณจะทำในแต่ละเช้า คือ การกินกบเป็นๆ ตัวหนึ่งซึ่งมันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดของวันนั้นแล้ว แต่ถ้าคุณรีบกินมันเสีย อย่างน้อยคุณจะได้ ภาคภูมิใจว่า คุณจะสามารถผ่านพ้นวันนั้นไปได้ด้วยดี เพราะคงไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว เปรียบเหมือนกับ การรีบจัดการงานที่ท้าทายที่สุด ในแต่ละวันของคุณ ที่คุณเห็นว่า มันยากและพยายาม ผัดวันประกันพรุ่งไปทำวันอื่น โดยลืมนึกไปว่า บางทีสิ่งนั้นอาจมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อชีวิตของคุณ
บทสรุปมีดังต่อไปนี้........

1. จัดโต๊ะ : ก่อนที่จะตัดสินใจว่ากบตัวไหนเป็น "กบ" ของคุณและลงมือกินมัน คุณต้องตัดสินใจให้ชัดเจนว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่คุณต้องการเอาชนะ หลังจากตัดสินใจได้แล้วอย่าลืมจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง กำหนดเส้นตายในการทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ และลงมือทำตามแผนนั้นทันที

2. วางแผนทุกวันไว้ล่วงหน้า : เชื่อหรือไม่ว่าทุก 1 นาทีที่คุณใช้ในการวางแผนจะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากถึง 10 นาทีในการลงมือปฏิบัติ และขณะที่คุณทำงานตามรายการที่ได้วางแผนไว้ คุณจะรู้สึกว่าทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแรงบันดาลใจ ให้ทำงานมากขึ้นไปอีก

3. ใช้กฎ 80/20 กับทุกอย่าง : บางครั้งงานในส่วน 20 % นั้น อาจเป็นงานที่มีคุณค่ามากกว่างานอีก 80 % ที่เหลือรวมกัน ดังนั้นจึงควรเลือกทำงานมีผลต่อชีวิตและอาชีพการงานของคุณและให้เวลากับงานที่มีค่าต่ำน้อยลง

4. พิจารณาถึงผลที่จะตามมา : งานที่สำคัญคืองานที่มีผลต่อคุณในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำอะไรควรถามตัวเองก่อนว่า "กิจกรรมหรือโครงการไหนที่ถ้าฉันทำได้ดีและทำได้ทันจะมีผลกระทบในด้านบวกต่อชีวิตของฉัน"

5. ฝึกวิธี ABCDE อย่างต่อเนื่อง : ก่อนเริ่มลงมือทำงานตามรายการ จงใช้เวลาครู่หนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยให้งาน "A" คือ งานที่สำคัญที่สุดของคุณ งาน B, C, D, E คืองานที่สำคัญรองลงมา

6. เน้นที่หัวใจของงาน : ถามตัวเองว่า "ทำไมองค์กรถึงจ้างฉัน" นั่นคือการรู้ว่าหัวใจสำคัญของงานคุณคืออะไรและตั้งใจทำให้ดีที่สุด

7. เชื่อฟังกฎแห่งประสิทธิภาพโดยความจำเป็น : คุณไม่มีเวลาพอที่จะทำทุกอย่าง แต่มีเวลาเสมอที่จะทำสิ่งที่สำคัญที่สุด

8. เตรียมพร้อมอย่างรอบคอบก่อนเริ่มลงมือ : การเตรียมการล่วงหน้าที่เหมาะสมเป็นการป้องกันความล้มเหลวของงาน

9. ทำการบ้านของคุณ : จงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งคุณรอบรู้และชำนาญในงานที่เป็นหัวใจสำคัญมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำงานนั้นให้แล้วเสร็จได้เร็วขึ้นเท่านั้น

10. ใช้พรสวรรค์ของคุณเป็นอำนาจสู่ความสำเร็จ : พิจารณาให้ชัดเจนว่าคุณถนัดหรือมีพรสวรรค์ในงานอะไรหรือทำงานอะไรได้ดี แล้วก็ทุ่มเทให้กับงานนั้น ๆ อย่างเต็มที่

11. มองหาตัวเหนี่ยวรั้งมิให้ทำงานที่สำคัญของคุณ : พิจารณาคอขวดหรือจุดสกัดทั้ง ภายในหรือภายนอกที่เป็นตัวกีดขวางในการบรรลุเป้าหมายสำคัญที่สุดของคุณ และตั้งอกตั้งใจทำให้มันบรรเทาเบาบางลง

12. เดินตามถังน้ำมันทีละใบ : คุณสามารถทำงานที่ใหญ่ที่สุดและสลับซับซ้อนมากที่สุด ให้ลุล่วงได้ถ้าคุณทำมันทีละขั้นตอน

13. สร้างแรงกดดันให้กับตัวเอง : จงสมมติว่าคุณต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและจงทำงานให้เหมือนกับว่า คุณต้องทำงานสำคัญทั้งหมดของคุณให้แล้วเสร็จก่อนออกเดินทาง

14. เพิ่มอำนาจส่วนตัวของคุณให้สูงสุด : พิจารณาว่าช่วงเวลาไหนที่คุณมีพลังกายและพลังความคิดสูงที่สุดในแต่ละวัน แล้วทำงานที่สำคัญที่สุดของคุณในช่วงเวลานั้น

15. กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำ : จงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้กับตัวคุณเอง มองหาแต่สิ่งดี ๆ ในทุกสถานการณ์ มองโลกในแง่ดีและสร้างสรรค์อยู่เสมอแม้ในขณะที่มีปัญหา

16. ฝึกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งในทางสร้างสรรค์ : เนื่องจากคุณไม่สามารถทำทุกอย่างได้ จึงต้องเรียนรู้ที่จะผัดผ่อนงาน ที่มีค่าต่ำ ออกไปก่อน เพื่อจะได้มีเวลาพอในการทำสิ่งที่สำคัญจริง ๆ

17. ทำงานที่ยากที่สุดก่อน : เริ่มต้นแต่ละวันด้วยงานที่ยากที่สุดก่อน และจงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำมันจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

18. แล่และหั่นงานเป็นชิ้นเล็ก ๆ : แบ่งงานใหญ่ที่ซับซ้อนลงเป็นงานย่อยๆ แล้วเริ่มลงมือทำ ทีละชิ้น

19. สร้างเวลาชิ้นโต : แบ่งวันของคุณออกเป็นช่วงเวลาใหญ่ ๆ ที่จะสามารถทุ่มเทสมาธิเป็นเวลานาน ๆ ให้กับงานที่สำคัญที่สุด

20. สร้างสำนึกแห่งความเร่งรีบ : สร้างนิสัยเสือปืนไวในงาน โดยทำตัวให้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำงานทุกอย่างได้เร็วและทำได้ดี

21. ทำงานทุกอย่างทีละอย่าง : จัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน เริ่มต้นทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนทันที แล้วทำไม่หยุด จนกระทั่งงานเสร็จสมบูรณ์ 100 %



ที่มา : novabizz.com

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  life-and-time


25 พฤษภาคม 2556

ทฤษฎีลิง 3 ตัว

“ทฤษฎีลิง 3 ตัว” ของขงจื๊อ


สาระสำคัญ ทฤษฎีลิง 3 ตัวนี้ เป็นทฤษฎีของนักปราชญ์ชาวจีน โดยมีความเชื่อว่าการเป็นผู้บริหารที่ดีนั้น ต้องรู้จักควบคุมการฟัง ควบคุมการมอง และควบคุมการพูด ซึ่งเปรียบเทียบได้กับสัญลักษณ์ของลิงทั้ง 3 ตัวนี้มีลักษณะแตกต่างกัน ก็เปรียบเสมือนกับคนเราย่อมแตกต่างกัน ลิงตัวเดียวไม่สามารถปิดหู ปิดตา ปิดปากได้ในเวลาเดียวกัน เพราะมีมือเพียงสองมือเท่านั้น มนุษย์ก็เช่นกันไม่สามารถทำอะไรในเวลาเดียวกันได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นผู้บริหารควรจะเลือกนำมาใช้ว่าสถานการณ์ใดควรใช้แบบใด
รายละเอียดมีดังนี้




"ลิงตัวที่ 1" นั่งปิดหูหนึ่งหู 
หมายความว่า คนเราควรจะรู้จักควบคุมว่าอะไรที่ควรฟังหรือไม่ควรฟัง ต้องแยกแยะในสิ่งที่ฟังมา ต้องฟังหูไว้หู แล้วนำสิ่งที่ฟังมาวิเคราะห์ว่ามันเป็นอย่างไร โดยใช้หลักการและเหตุผลมาประกอบเข้าด้วยกัน อย่าเชื่อในสิ่งที่เราฟังทั้งหมด เพราะมันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ได้

"ลิงตัวที่ 2" นั่งปิดตาหนึ่งตา 
หมายความว่า รู้จักควบคุมการมองว่าอะไรควรมองหรือไม่ควรมอง อย่าเชื่อในสิ่งที่เรามองเห็นทั้งหมด เพราะบางครั้งสิ่งที่เรามองเห็นก็ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด มองแล้วพิจารณาไตร่ตรอง อย่าตัดสินคนทันทีที่เห็น

"ลิงตัวที่ 3" นั่งปิดปากครึ่งปาก 
หมายความว่า รู้จักควบคุมการพูดว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูดอย่างไร การเป็นผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานก็ตาม ควรจะไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกมา เพราะบางครั้งคำพูดของเราอาจจะไปกระทบกับบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว หรืออาจจะนำความเสียหายมาสู่องค์การได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะทำอะไรก็ควรจะคิด และพิจารณาให้ดีก่อนที่จะพูดออกไป...

*********************************

ปิด-ปิดตา: อย่าสอดส่าย ให้เกิดเหตุ
บางประเภท แกล้งทำบอด ยอดกุศล
มัวสอดรู้ สอดเห็น จะเป็นคน
เอาไฟลน ตนไป จนไหม้พอง 

ปิด-ปิดหู: อย่าให้แส่ ไปฟังเรื่อง
ที่เป็นเครื่อง กวนใจ ให้หม่นหมอง
หรือเร้าใจ ให้ฟุ้งซ่าน พาลลำพอง
ผิดทำนอง คนฉลาด อนาถใจ

ปิด-ปิดปาก: อย่าพูดมาก เกินจำเป็น
จะเป็นคน ปากเหม็น เขาคลื่นไส้
ต้องเกิดเรื่อง เยิ่นเย้อ เสมอไป
ถ้าหุบปาก มากไว้ ได้แท่งทองฯ 

"พุทธทาสภิกขุ"
*********************************

เครดิตที่มา : oknation.net/by สาระแห่งสุขภาพ

15 พฤษภาคม 2556

7 ลักษณะของเศรษฐีคนถัดไป

ผลงานการสำรวจศึกษาถึงลักษณะนิสัยและองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งผู้ทำการศึกษาเขียนเป็นหนังสือชื่อ The millionair next door เราลองมาดูกันว่าคุณสมบัติของผู้ประสบความสำเร็จนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง (องค์ประกอบเหล่านี้ผมจัดว่าอยู่ในส่วนของปัจจัยที่มนุษย์กำหนดได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามปัจจัยแห่งความสำเร็จ)
Birthday success
ความแตกต่างมีคุณค่าเสมอ


1. พวกเขาจ่ายน้อยกว่าที่หาได้มาก เป็นหลักการง่ายที่สุดที่ดูเหมือนจะเป็นข้อที่ยากที่สุดสำหรับผู้ที่ล้มเหลวทางการเงิน สำหรับผู้ประสบความสำเร็จไม่มีอะไรง่ายกว่าการมีนิสัยข้อนี้แล้ว

2. คนเหล่านี้จัดสรรเวลา พลังงาน และเงินที่ได้มาอย่างมีประสิทธิภาพในลักษณะเกื้อกูลต่อความมั่งคั่ง นิสัยนี้ต้องใช้ทักษะค่อนข้างมาก อาจจะกล่าวได้ว่าความรู้และความสามารถของคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา ต้องได้ผ่านการฝึกมาอย่างดี ทั้งการหาความรู้และความมีระเบียบวินัย

3. ผู้ปกครองของคนเหล่านี้อบรมให้ไม่ใช้จ่ายเงินจนเคยตัว เรื่องจริงที่คุณเคยทราบหรือได้ยินจากข่าวทีวีคือเศรษฐีหลายคนมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบากเสียด้วยซ้ำ แต่คนรวยที่มีพื้นฐานครอบครัวดีก้อมีมากนะครับ อย่าเลือกฟังข้อมูลบางอย่างแล้วเอามาหลอกตัวเองนะครับ

4. พวกเขาเชื่อว่าการมีฐานะทางการเงินที่มั่งคั่งสำคัญกว่าฐานะทางสังคม เคยเห็นไหมครับคนมีเงินแต่งตัวธรรมดา คนธรรมดาแต่งแบรนด์เนม คนมีเงินอยู่ตึกแถว ทาวเฮาส์ มนุษย์เงินเดือนทุ่มเงินซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ (แล้วอยู่สองสามคน) บ้านแพง สังคมแพง แต่งตัวต้องดี ค่าส่วนกลางโหด เดินทางลำบาก ขับรถหรูๆ ทุกอย่างมันส่งผลต่อเนื่อง ถ้าคุณใส่ใจกับฐานะทางสังคม คุณจะถูกฐานะหนึ่งผลักดันให้คุณต้องลงทุนเพิ่มกับเรื่องภาพลักษณ์ บางคนบ้านเล็กสะดวกประหยัดไปสิบเรื่อง จัดฮวงจุ้ยให้ดีหน่อย สภาพแวดล้อมจะได้ส่งเสริมได้อีก

5. พวกเขาเก่งเรื่องการเห็นโอกาสทางการตลาด เห็นโอกาสในวิกฤต เห็นวิกฤตในโอกาส หยินในหยาง หยางในหยิน บางคนบอกพวกเขาแค่โชคดี แต่มันไม่่แค่นั้นแน่ เพราะการฝึกฝน การเรียนรู้ตลอดเวลาต่างหากที่ทำให้เขาเห็นในสิ่งที่คนอื่นยังไม่เห็น

6. ลูกๆของเขาเหล่านี้เมื่อโตแล้วมีรายได้ในขั้นที่เลี้ยงตัวได้ทั้งสิ้น ข้อนี้บ่งบอกชัดเจนว่าคนที่พ่อแม่อบรมมาดี มักจะอบรมลูกหลานได้ดีเช่นกัน หลายคนบอกว่ารู้แบบนี้ไม่มีลูกเสียดีกว่ากับการมีแล้วมาเป็นภาระตลอดชีวิต ไม่สามารถแม้แต่จะเลี้ยงตัวเองได้ เงินที่จะเก็บไว้หรือไปต่อยอดลงทุน กลับต้องมาส่งให้ลูกที่แม้จะเรียนจบก้อไม่สามารถเริ่มชีวิตตนเองได้ ด้วยสาเหตุนี้ใครหลายคนจึงหาฤกษ์คลอดเพื่อหวังให้ลูกมีอนาคตที่ดี แต่แม้จะไม่ได้หาฤกษ์คลอดก้อสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ครับ

7. พวกเขาเลือกอาชีพที่เหมาะสม อาชีพที่ชอบอาจไม่ทำเงิน ที่ทำเงินอาจไม่ชอบ ถ้าถามคนจีนเขามีหลักการหาอาชีพที่ควรทำคือ ทำสิ่งที่ถนัด(ชอบ) ทำสิ่งที่ทำเป็น(มีความรู้) ทำสิ่งที่ทำได้ดี(ทำแล้วรุ่ง) คนที่ประสบความสำเร็จมักได้ทำทั้งสามอย่างในงานอาชีพของตนเอง



แนะนำอ่าน การดูแลสุขภาพองค์รวม เพื่อการดูแลสุภาพ
และลองแวะอ่านเกร็ดความรู้ที่อ่านง่ายๆได้ที่ Just 7 Something
ค้นหาศักยภาพที่แท้จริง จุดอ่อน จุดแข็ง จากโหราศาสตร์จีน อธิบายแนววิทยาศาสตร์




15 กุมภาพันธ์ 2555

คำถามช่วยสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง

สุดยอดคำถามในการค้นหาตัวตนเพื่อการสร้างแบรนด์คุณคือแบรนด์

§ คุณต้องการการตอบสนองอย่างไรจากตลาดเป้าหมายและคุณจะได้มันมาอย่างไรคุณต้องทำอะไรบ้าง

§ ตลาดเป้าหมายหลักของคุณคือใครเป้าหมายรองคือใคร

§ คุณเป็นใครตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแล้ว และสิ่งที่คุณต้องการจะทำสำหรับชีวิตและการงานคืออะไร

§ คุณจะวางตำแหน่งจุดไหนให้ตัวคุณเองจุดไหนที่คุณจะได้เปรียบมากที่สุด เป็นที่ต้องการมากที่สุด

§ ความมั่นคงในความหมายของคุณคืออะไร

§ อะไรคือสิ่งที่แตกต่างในตัวคุณและอะไรที่เป็นศักยภาพในตัวคุณจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร

§ อะไรที่ทำให้คุณแปลกแตกต่างโดดเด่นจากคนอื่น คุณมีต้นทุนอะไรอยู่บ้าง

§ ทำSWOT เริ่มโดยหาโอกาสแล้วค่อยคิดถึงต้นทุน

§ ข้อดีข้อเสียอะไรคือสิ่งที่ใช้การได้และใช้การไม่ได้

§ สมมติว่าคุณเป็นคู่แข่งคุณจะวิจารณ์ตัวเองอย่างไร

§ คุณมีคุณค่าเท่าไหร่ต่อองค์กรของคุณ

§ งานใดที่คุณทำได้ดีและมีความสุขที่ได้ทำมัน งานในฝันของคุณคืออะไร

§ อะไรที่จะทำให้เจ้านายคุณเพิ่มเงินเดือนให้คุณ

§ อะไรที่คุณอยากให้มีในแบรนด์คุณแล้วยังไม่มีในตอนนี้ จะทำให้มีได้อย่างไร

§ อะไรคือสิ่งที่คุณปรารถนาอย่างแท้จริง

§ อะไรที่เป็นข้อเสนอที่ไม่เหมือนใครของคุณอะไรคือความคิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณ

§ นิยามแบรนด์ที่เป็นตัวตนของคุณดูสิด้วยคำคุณศัพท์หรือคุณลักษณะสั้นๆ

§ ถ้าคุณเป็นสัตว์คุณเป็นอะไรถ้าคุณเป็นรถเป็นรถอะไร สีอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นคุณได้

§ สีที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณคือสีใด

§ แบรนด์ของฉันคือ...... เพราะว่า......

§ คุณสมบัติใดที่สำคัญสำหรับในสายงานคุณหรือธุรกิจของคุณ

§ คุณสามารถเป็นผู้ชำนาญการในด้านใดได้บ้างและทำอย่างไรจึงจะเป็นที่รับรู้ได้บ้าง

§ ประเด็นใดที่คุณมีความรู้ความเข้าใจมากเป็นพิเศษใครคือผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น

§ คุณมีมรดกทางสายเลือดโรงเรียน ชื่อเสียง รางวัล ชมรม การอบรม อะไรบ้างหรือไม่

§ ลูกค้าหรือตลาดเป้าหมายของคุณบ่นเรื่องอะไรมีวิธีการแก้ไขปัญหาใหม่ๆหรือไม่

§ ค้นหาสำรวจตัวคุณภาพลักษณ์ไหนคือจุดเด่น ส่วนไหนดูดี ส่วนไหนแย่ คุณต้องการเน้น แก้ไขส่วนไหน

§ เสื้อผ้าแบบไหนที่จะช่วยแสดงความเป็นตัวตนที่คุณเป็นและต้องการเป็นได้

§ ทรงผมแบบไหนที่จะเป็นแบรนด์ให้คุณอุปกรณ์อะไรที่คุณจะใช้เพื่อแสดงตัวตนเน้นการรับรู้ได้บ้าง

§ อะไรคือเครื่องหมายการค้าของคุณคนทั่วไปจะนึกถึงคุณอย่างไร

§ วลีใดคำพูดใดที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ วิธีการพูดแบบใด สำเนียงแบบใดเสียงคุณบ่งบอกอะไรบ้าง

§ ตำแหน่งงานของคุณคืออะไรเรียกให้มันดูดีกว่านี้ได้ไหม

§ ชื่อของคุณฟังดูเป็นอย่างไรแก้ไขได้ไหม ใช้อะไรแทนได้บ้าง

§ กลุ่มหรือองค์กรใดที่คุณต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมเครือข่ายแบบใดที่คุณต้องการ

§ คุณจะเข้าไปในเครือข่ายนั้นได้อย่างไรคุณจะสร้างเครือข่ายของคุณได้อย่างไร

§ ใครจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิตในการงาน ในเรื่องต่างๆ ได้

§ ตลาดไหนสังเวียนไหน ที่คุณสามารถโดดเด่นได้

§ คำบอกแนะนำตัวสุดประทับใจ30 วินาทีของคุณคืออะไร

 



สุดยอดคำถามการดูจิต บริหารชีวิต ด้วยเข็มทิศชีวิต

  • ลองสังเกตแรงผลักในใจคุณทันทีที่มีความคิดเกิดขึ้นว่ามันจะจูงใจเราไปทำอะไร เพื่ออะไร
  • เรากำลังแทงตัวเองอยู่หรือเปล่าได้เวลาวางมีดลงหรือยัง
  • วินาทีนี้ลองสังเกตใจตัวเองเราทนอยู่ ทนทำ ทนจมลงไปในวิถีชีวิตที่ไม่ต้องการ เพราะเรากลัวอะไร
  • วันนี้เรายึดเรากำอะไร ไว้จนเป็นทุกข์บ้าง
  • วันนี้ในชีวิตคุณมีอะไรที่คุณเลือกเพราะภาพลักษณ์ภายนอกแล้วกลายเป็นสิ่งที่สร้างภาระให้คุณหนักใจบ้าง
  • วันนี้คุณกำลังถูกใครหลอกอยู่บ้าง
  • เป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตของเราคืออะไร
  • วันนี้เราทุ่มเทให้กับสิ่งนอกตัวจนลืมมีชีวิตไปหรือเปล่าลองสำรวจสิ่งที่เลือกมาใส่ในชีวิตว่าเป็นภาระมากกว่าความสุขหรือเปล่า
  • วิถีชีวิตที่เราเลือกอยู่บนทางที่พาเราไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของเราหรือเปล่า
  • คุณค่าที่แท้จริงของงานที่เราทำคืออะไร
  • ตอนนี้คุณคิดอะไรที่ใหญ่เกินไปมากเกินไป น้อยไป เหมาะสมพอดีหรือเปล่า
  • เราทุ่มเทแรงใจแรงกายให้กับอะไรมากที่สุดแล้วมันสำคัญที่สุดกับชีวิตของเราจริงหรือ
  • ความรักของเราทำให้คนที่เรารักเป็นภาระที่ต้องเติมเต็มให้เราหรือเป็นการสร้างความอิ่มเอมใจมากกว่า
  • วันนี้เราปลูกอะไรลงในใจ
  • เราสะสมบุญกุศลและทรัพย์ภายในไว้บ้างหรือเปล่า
  • วันนี้คุณเช็คเข็มทิศแล้วหรือยัง

 

 

 

16 ธันวาคม 2554

Happy Now

ภาพขำๆให้แง่คิดดีๆ กับการใช้ชีวิตจากหนังสือ HAPPY NOW ขออนุญาตินำมาแชร์ครับ